สอนการนับอายุครรภ์

วันนี้เราจะมาสอนวิธีการนับอายุครรภ์กันนะค่ะ โดยเราจะต้องรู้วันที่มีประจำเดือนครั้งสุดท้ายก่อน หน่วยของอายุครรภ์จะนับเป็นสัปดาห์หรือเดือน สมมุติให้วันนี้คือวันที่ 24 ก.พ.วันแรกของประจำเดือนครั้งล่าสุดคือวันที่ 7 ม.ค.

ดังนั้นอายุครรภ์คือ ประมาณ 7 สัปดาห์โดยทั่วไปการนับอายุครรภ์ ทำได้ 3 วิธี คือการนับรอบประจำเดือน การตรวจหน้าท้อง และการตรวจโดยเครื่องอัลตร้าซาวด์มีข้อดีและข้อด้อย ต่างกันดังนี้

วิธีการข้อดีข้อเสีย
1. การนับประจำเดือนทำเองได้โดยไม่ต้องไปสถานพยาบาล– อาจผิดพลาดได้ในกรณีที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
– การกินยาคุมฉุกเฉินบ่อยๆทำให้มีเลือดออกกะปริบกะปรอย(ที่ไม่ใช่ประจำเดือน)และประจำเดือนอาจจะแปรปรวน ทำให้การนับคลาดเคลื่อนได้
2. การตรวจหน้าท้องได้ผลแม่นยำกว่าการนับประจำเดือน– ต้องตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
3. การตรวจโดยเครื่องอัลตราซาวด์ได้ผลค่อนข้างแม่นยำ และเป็นวิธีการที่ต้องทำก่อนรับบริการยุติการตั้งครรภ์-ต้องตรวจที่โรงพยาบาล ซึ่งส่วนใหญ่ต้องฝากท้องก่อนจึงขอรับบริการได้
-ตรวจได้เฉพาะที่คลีนิกที่มีเครื่องอัลตราซาวด์ให้บริการ

นิทรรศการทำแท้งในมาเลเซีย

กลุ่มสมาคมวางแผนครอบครัวในประเทศมาเลเซียจัดนิทรรศการชื่อว่า “ เปิดประสบการณ์คนทำแท้ง” ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์
ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 24.00 น. นิทรรศการได้สาเหตุและการทำแท้งที่ปลอดภัยด้วยยา ทั้งนี้ยังได้กล่าวถึง วิธีการทางเพศ – ระบบประสาทเพื่อแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างเพศและสิทธิในการเจริญพันธุ์ (SRHR) ผู้ชมแต่ละคนจะได้รับแผ่นพับ, แมกกาซีน,
สติกเกอร์และปุ่มพินแบ็คที่ทำแท้งอย่างปลอดภัย

ภายในนิทรรศการมีบรรยายเกี่ยวกับวิธีการทำแท้งด้วยวิธีต่างๆ ตัวอย่างยา cytotec, ru486, cytolog
โดยนิทรรศการนำผู้ชมไปรับชมข้อเท็จจริงและประสบการณ์ของบุคคลที่เคยทำแท้งด้วยยามาก่อน
การบรรยายยังกล่าวถึงประเด็นหลัก 4 ข้อคือ

อย่างแรกคือตลาดมืดของยาทำแท้ง
ประการที่สองเรื่องเล่าเกี่ยวกับการทำแท้งทั้งในสื่อออฟไลน์และออนไลน์
ประการที่สามพื้นที่ของบุคคลที่มองหาการทำแท้ง
ประการที่สี่ตำนานและวิธีการทำแท้งที่อันตราย ในที่สุดสัญญาณเตือนเกี่ยวกับการเสียชีวิตของบุคคลที่เกิดจากวิธีการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย

ผู้เข้าชมยังได้มีส่วนร่วมในเกมต่างๆในกิจกรรมนั้นๆ และยังได้ ฉายภาพยนตร์ที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดนิทรรศการเช่นกัน การฉายภาพยนตร์ได้สัมผัสกับ
ประวัติศาสตร์ของยาทำแท้งและปัญหาทางการเมืองและการเข้าถึงการทำแท้งที่ปลอดภัยนอกประเทศมาเลเซีย การฉายภาพยนตร์เรื่องเรือ (2014)
ได้สรุปนิทรรศการที่เกี่ยวกับการเข้าถึงการทำแท้งอย่างปลอดภัยเป็นปัญหาที่ควรค่าแก่การจดจำ

กลุ่มผู้สนับสนุนการทำแท้งเสรีกล่าวว่า “ทำแท้งเองที่บ้านไม่ยาก”

วันนี้ 26 ส.ค.62 ที่กรุงปารีส กลุ่มผู้สนับสนุนการทำแท้งออกมาให้ข้อมูลว่า การทำแท้งเองที่บ้านไม่ได้ยาก โดยคุณสามารถใช้ Mifepristone และ Misoprostol ได้ด้วยตัวเอง การใช้ Mifepristone และ Misoprostol นั้นไม่ซับซ้อนกว่าการใช้ยาอื่น ๆ คุณจะได้รับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการใช้ยาสิ่งที่คาดหวังและเมื่อไปพบแพทย์ หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับขั้นตอนใด ๆ ของกระบวนการคุณสามารถติดต่อสายด่วน การทำแท้งด้วยยาไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในโรงพยาบาลหรือคลินิกปฐมพยาบาล 64 ความเสี่ยงของการทำแท้งด้วยยาเหมือนกันกับการแท้ง ประมาณ 15% ของการตั้งครรภ์ทั้งหมดสิ้นสุดในการคลอดก่อนกำหนด การแท้งบุตรเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในโรงพยาบาล แต่มักจะอยู่ที่บ้าน ผู้หญิงส่วนใหญ่รู้วิธีจัดการกับตัวเองและไปโรงพยาบาลเฉพาะในกรณีที่มีปัญหาเช่นเลือดออกหนักหรือมีไข้ การทำแท้งด้วยยาทำให้เกิดการแท้ง

องค์กรสนับสนุนสิทธิในการทำแท้งจากต่างประเทศแนะนำการใช้ยาอย่างถูกต้อง

เนื่องจากองค์กรสนับสนุนการทำแท้งสากลได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลการใช้ยาอย่างถูกต้องดังนี้

  • ยา Mifepristone นั้นเป็นยากินที่มีผลในการยับยั้งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ดังนั้นต้องกินยานี้เข้าไปก่อน
  • จากนั้น จึงกินยา Misoprostol 4 เม็ด โดยอมไว้ใต้ลิ้นเป็นเวลา 30 นาที แล้วกลืนยาที่เหลือลงไป

หลังจากนั้นไม่เกิน 12 ชั่วโมงจะมีเลือดไหลออกทางช่องคลอด นั่นหมายถึงว่าเริ่มมีการหลุดลอกของผนังมดลูกและขับตัวเด็กออกมา หรือไม่หลังจากที่ใช้ยาไมโซโพรสทอลโดสแรกไปแล้ว3 ชั่วโมงให้คุณสอดยาไมโซโพลสทอลอีกสองเม็ดไว้ใต้ลิ้นอมไว้30 นาทีจนเม็ดยาละลายหลังผ่านไป30 นาทีให้คายเม็ดยาส่วนที่เหลือทิ้ง

หากเลือดของคุณยังไม่ไหลและคุณยังเหลือยาไมโซโพรสทอลอยู่ให้คุณทำแบบเดิมซ้ำคือสอดไมโซโพรสทอลไว้ใต่ลิ้นอมไว้30 นาทีแล้วคายทิ้งเช่นนี้ทุกๆ3 ชั่วโมงต่อไปได้เรื่อยๆจนกว่าจะเริ่มมีเลือดไหลได้สูงสุดไม่เกินอีก5 รอบ ทั้งหมด

เราแนะนำให้คุณใช้ยาไมโซโพรสทอลด้วยการสอดยาไว้ให้ลิ้น เนื่องจากวิธีนี้จะไม่มีตัวยาหลงเหลืออยู่ในร่างกายของคุณในกรณีที่คุณจำเป็นต้องไปโรงพยาบาล  เนื่องจากไม่มีการตรวจเลือดใดที่สามารถตรวจพบตัวยาไมโซโพราทอลในร่างกายของคุณได้ ดังนั้นแพทย์จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณพยายามทำแท้งเองด้วยยา

การทำแท้งด้วยการผ่าตัด

การทำแท้งด้วยการผ่าตัด (อายุครรภ์ตั้งแต่ 7 – 13 สัปดาห์)

การดูดมดลูกด้วยสุญญากาศหรือการทำแท้งด้วยการดูดออกเป็นกระบวนการที่ใช้เครื่องมือดูดเพื่อนำเนื้อเยื่อที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ออกจากมดลูก กระบวนการดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ 5 – 10 นาที และดำเนินการด้วยการใช้ยาชาหรือยาสลบ ซึ่งผู้หญิงส่วนมากมักจะได้รับยาสลบก่อนเริ่มระบวนการ

ปากทางเข้ามดลูกจะถูกถ่างออก และจะมีการใช้ยาที่มีทั้งแบบสอดเข้าช่องคลอดหรือรับประทานที่ทำให้มดลูกอ่อนตัวลงเพื่อให้ง่ายต่อการสอดท่อสุญญากาศเข้าไป

หลังการทำแท้งด้วยการดูดมดลูก คุณจะสามารถกลับบ้านได้ภายหลังกระบวนการ ซึ่งหลังกระบวนการคุณจะมีอาการเลือดออกจากช่องคลอดประมาณ 7 วัน

ยากินทำแท้ง Ru486(MTPill) ขนาด 200mg

พิเศษ

 RU486(Mifepristone) เป็นสารสังเคราะห์ Steroid ที่มีฤทธิ์ในการต้าน Progesterone โดยจับกับ Progesterone receptor ทำให้ Progesterone ทำงานไม่ได้ จึงออกฤทธิ์ต้านการฝังตัวของทารกในครรภ์และทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกสร้างและหลั่งสาร Prostaglandin ส่งผลให้ปากมดลูกนุ่ม เปิดออก พร้อมกับมดลูกบีบตัวทำให้เกิดการแท้ง

Mifepristone ซึ่งแต่ก่อนเรียกว่า Ru-486 ปัจจุบันถือว่าเป็นยาทำแท้งที่ปลอดภัย ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา( FDA) เมื่อตุลาคม 2543 โดย FDA ของอเมริกาแนะนำให้รับประทานยา Mifepristone ขนาด 600mg (เม็ดละ 200 mg จำนวน 3 เม็ด) หลังจากนั้น 48 ชั่วโมง ถ้ายังไม่แท้งบุตรจะต้องรับประทาน Misoprostol (cytotec) ขนาด 400 mcg (เม็ดละ 200 mcg จำนวน 2 เม็ด) พบว่าการใช้ยา Mifepristone และ Misoprostol ร่วมกันสามารถทำให้เกิดการแท้ง 92-95 % ในหญิงตั้งครรภ์ 7 สัปดาห์

Ru-486 ยังไม่อนุญาตให้ขายในเมืองไทย จึงไม่สามารถหาซื้อได้แบบทั่วไปและมีราคาค่อนข้างสูง ในประเทศไทยแนะนำให้ใช้เป็นยากินทำแท้งในอายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์โดยกิน Ru486 ขนาด 200mg (เม็ดละ 200 mg จำนวน 1 เม็ด) และสอดยา Misoprostol (cytotec) จำนวน 4 เม็ด (เม็ดละ 200mcg)

Mifepristone ได้รับการพัฒนาจากบริษัทยาในฝรั่งเศส และมีสตรีชาวยุโรปมากกว่า 2,000,000 คนรับประทานยาดังกล่าว ร่วมกับ Misoprostol (cytotec) เพื่อทำแท้ง

mtpilloriginal

แพทย์มะกันมีความผิดฐานสังหารทารก 3 ราย จากคลีนิกทำแท้งผิดกฎหมาย

แพทย์ชาวอเมริกันรายหนึ่งถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมทารก 3 ราย ที่เป็นผลจากการทำแท้งอย่างผิดกฎหมาย
          นายแพทย์ เคอร์มิต กอสเนลล์ วัย 72 ปี สูตินรีแพทย์ชาวเมืองฟิลาเดลเฟีย ถูกดำเนินคดีข้อหาฆาตกรรมทารก 3 ราย ที่เสียชีวิตจากผลของการทำแท้งอย่างผิดกฎหมายเมื่อ 3 ปีก่อน รวมถึงการสังหารทารกรายที่ 4 ที่ถูกตัดลำคอ และข้อหาการทำให้คนตายโดยไม่เจตนา หลังจากที่ผู้ป่วยรายหนึ่งเสียชีวิตจากการรับยามากเกินไป ซึ่งถือเป็นความผิดอาญาร้ายแรงและอาจต้องรับโทษประหารชีวิต
อัยการเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ระบุว่า นพ.กอสเนลล์ มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ด้วยการรับทำแท้งหญิง 3 คน โดยใช้กรรไกรตัดเส้นประสาทบริเวณไขสันหลังของทารกแต่ละราย และความผิดในการทำให้คนตายโดยไม่เจตนา จากการวางยาสลบหญิงรายหนึ่งที่มาทำแท้งในปริมาณที่มากเกินขนาด ซึ่งทำให้เธอหัวใจวายและเสียชีวิต เมื่อช่วงเดือนม.ค. 2011
ผลการพิจารณาคดีในศาลพบว่า หนึ่งในทารกที่เสียชีวิต มีอายุเกือบ 30 สัปดาห์ ขณะที่ตัวอ่อนทารกอีกรายพบว่าพยายามยื้อเพื่อมีชีวิตต่ออีกนานกว่า 20 นาที ส่วนตัวอ่อนทารกรายที่สาม พบว่าถูกเอาออกในห้องน้ำ ก่อนที่เจ้าหน้าที่คลีนิกจะใช้กรรไกตัดเส้นประสาทบริเวณไขสันหลัง
          ศาลยังตัดสินให้ นพ.กอสเนลล์มีความผิดอีก 21 กระทง ซึ่งเท่ากับจำนวนหญิงมีครรภ์ที่มารับบริการทำแท้งเถื่อนที่คลินิกของเขา ซึ่งทุกรายล้วนมีอายุครรภ์เกิน 24 สัปดาห์ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายของรัฐเพนซิลเวเนีย ที่ระบุการห้ามทำแท้งให้แก่สตรีที่ตั้งครรภ์เกินระยะเวลา 6 เดือน หากไม่มีการแสดงหลักฐานอย่างชัดเจนว่า มารดามีสุขภาพกายและจิตใจที่ย่ำแย่จนไม่อาจตั้งครรภ์ต่อได้ไหว
อัยการยังกล่าวว่า นพ.กอสเนลล์ เปิดดำเนินการคลีนิกโดยใช้เจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนและไม่มีความเชี่ยวชาญ ที่รวมถึงนางเพิร์ล ภรรยาของเขา ที่ยอมรับสารภาพผิด
เจ้าหน้าที่ยังเผยว่า การตรวจสอบคลีนิกดังกล่าว ในย่านเวสต์ ฟิลาเดลเฟีย พบว่า เต็มไปด้วยถุงและขวดบรรจุตัวอ่อนทารกจำนวนมาก ขณะที่เฟอร์นิเจอร์ต่างๆเต็มไปด้วยคราบเลือด เครื่องมือที่ใช้ในการผ่าตัดสกปรก และพบว่ามีแมวหลายตัวเดินเพ่นพ่านในคลีนิก

วัยรุ่นเวียดนามทำแท้งสูงที่สุดในกลุ่มชาติอาเซียน

 เวียดนามเป็นประเทศที่มีอัตราการทำแท้งของวัยรุ่นอายุระหว่าง 15-19 ปี สูงที่สุดในกลุ่มชาติอาเซียน และเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยทำแท้งถึงปีละ 3 แสนคน สาเหตุเชื่อว่าเป็นเพราะขาดความรู้เรื่องการป้องกัน ในอดีต อัตราการทำแท้งของวัยรุ่นอยู่ที่ร้อยละ 5 ถึง 7 ต่อปี แต่ในปัจจุบันตัวเลขนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10 อาจเป็นเพราะสภาพสังคมและทัศนคติของเยาวชนที่เปลี่ยนไป รวมถึงการไม่ใส่ใจในความสำคัญของเพศศึกษาและการคุมกำเนิด 

          เหงียน ที ฮง มิน ผู้อำนวยการแผนกวางแผนครอบครัว โรงพยาบาลแม่และเด็ก กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลพบว่ามีหลายกรณีที่หญิงสาวกลับมาทำแท้งมากกว่า 1 ครั้ง และเมื่อเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเรื่องการคุมกำเนิด หญิงสาวเหล่านี้ก็รับฟังอย่างตั้งใจ แต่สุดท้ายแล้วหลายคนก็ตั้งครรภ์ซ้ำและกลับมาทำแท้งอีก ซึ่งทางโรงพยาบาลไม่เข้าใจว่าทำไมวัยรุ่นสาวเหล่านี้จึงไม่หาทางป้องกันระหว่างมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม ทั้งเจ้าหน้าที่และพยาบาลกำลังใช้ความพยายามที่จะทำความเข้าใจเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด

          ในที่สุด ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนครอบครัว ก็พบว่าสิ่งที่หญิงสาวเหล่านี้ไม่มี คือ ความรู้เรื่องเพศศึกษา การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ และการใช้ยาคุมกำเนิด ซึ่งทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องพัฒนาและปรับเปลี่ยนหลักสูตรการอบรมให้มีความทันสมัย อย่างไรก็ตาม การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของทางโรงพยาบาลฝ่ายเดียว แต่ควรมีการส่งเสริมทั้งในโรงเรียน และภายในครอบครัว โดยผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วมด้วย เนื่องจากเยาวชนต้องการการชี้นำและการดูแลเอาใจใส่ให้เดินไปในทางที่ถูก และอีกทางหนึ่งที่เยาวชนทำได้ คือการเข้าปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่เชื่อถือได้

แม่สเปนใจเหี้ยม! ทิ้งลูกน้อยในไส้ลงท่อ หลังทำแท้งด้วยการใช้ยาสอดไม่สำเร็จ

630

ชาวสเปนแจ้งหน่วยดับเพลิง หลังได้ยินเสียงร้องคล้ายแมวดังจากท่อน้ำ แต่ต้องตะลึงเมื่อกลายเป็นทารกอายุ 2 วัน ส่วนแม่เด็กถูกจับฐานพยายามฆ่า แต่ได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมาเพื่อดูแลลูก…

          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 24 มิ.ย. ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสเปน จับกุมแม่วัยรุ่นใจโหดอายุ 26 ปี ข่าวไม่เปิดเผยชื่อ ฐานพยายามฆ่าลูกในไส้ ด้วยการใช้ยาทำแท้งและทิ้งลงในชักโครก หลังเพิ่มลืมตาดูโลกหมาดๆ ทั้งนี้ เด็กทารกอายุ 2 วัน ถูกพบหลังจากผู้อยู่อาศัยในละแวกดังกล่าวโทรศัพท์แจ้งหน่วยดับเพลิง เมื่อเวลา 02.00 น. วานนี้ หลังจากได้ยินเสียงร้องคล้ายแมวและคาดว่ามีสัตว์ติดอยู่ในท่อ แต่การค้นหานาน 40 ชั่วโมง กลับพบทารกที่ยังมีสายสะดือถูกห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติก ติดอยู่ในท่อระบายน้ำริมทางเดินใกล้กับแฟลตแห่งหนึ่ง ที่เมืองอลิกันเต้ แคว้นอลิกันเต้ ทางภาคใต้ของสเปน

ทารกเคราะห์ร้ายถูกนำส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา อาการค่อนข้างหนัก มีร่องรอยได้รับบาดเจ็บและแขนหัก 1 ข้าง แต่ไม่อันตรายถึงกับชีวิต หนัก 4.8 ปอนด์ ส่วนผู้เป็นแม่อายุ 26 ปี ถูกควบคุมตัวที่โรงพยาบาล หลังยอมรับกับคณะแพทย์ว่าทำแท้งไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจกระทำการดังกล่าว  

          อย่างไรก็ดี แม่ใจเหี้ยมถูกปล่อยตัวในเวลาต่อมา เนื่องจากได้รับการคุ้มครองในฐานะผู้ดูแลเด็ก แต่ยังโดนตั้งข้อหาพยายามฆ่า ส่วนขณะนี้แม่และเด็กได้รับการดูแลอยู่ที่โรงพยาบาลประจำเมืองอย่างใกล้ชิด ด้านเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ ระบุว่าจะตรวจสอบครอบครัวของทารกอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจว่าจะปล่อยให้ดูแลกันเองต่อไป หรือรับมาดูแลในสถานสงเคราะห์

          อนึ่ง ก่อนหน้านี้เพิ่งเกิดเหตุลักษณะคล้ายกัน ที่เมืองจิ้นหู มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน โดยทารกเพศชายถูกพบติดในท่อน้ำทิ้งภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ขณะที่มารดาสาววัย 22 ปี ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เป็น "อุบัติเหตุ" คลอดบุตรโดยบังเอิญ ระหว่างทำธุระในห้องน้ำ เป็นเหตุให้ลูกน้อยตกลงไปในท่อโสโครก

ประเทศไทยเอาบ้าง! เตรียมใช้ “ยาทำแท้ง” ถูก กฏหมาย

ประเทศไทยเอาบ้าง! เตรียมใช้ “ยาทำแท้ง” ถูก กฏหมาย

          คกก.อนามัยเจริญพันธุ์ เล็งใช้อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งขายถุงยางอนามัย ให้ความรู้ป้องกันการท้องไม่พร้อม แก้ปัญหาวัยรุ่นมีเซ็กซ์อย่างปลอดภัย สั่งเปลี่ยนชื่อคลินิกเรื่องเพศเชิญชวนเด็กเข้าปรึกษามากขึ้น พร้อมมอบราชวิทยาลัยแพทย์ศึกษาข้อบ่งใช้การใช้ “ยาทำแท้ง” แบบถูกกฎหมาย

          นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติ ว่า กลยุทธ์การแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมจะเน้น 3 เรื่องหลัก คือ 1.การให้ความรู้และการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อม และทำความเข้าใจกับผู้ใหญ่ว่าการห้ามไม่ให้เยาวชนมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องยาก จึงต้องแนะนำแนวทางการป้องกันที่ถูกต้อง 2.การใช้โซเชียลมีเดีย เป็นสื่อกลางช่วยให้เยาวชนเข้าถึงแนวทางการป้องกัน การเข้าถึงบริการและอุปกรณ์การป้องกัน ซึ่งอาจจะใช้เป็นแหล่งในการให้ความรู้ แจกฟรี หรือขายอุปกรณ์การป้องกัน เช่น ถุงยางอนามัย เพื่อแก้ปัญหาวัยรุ่นไม่กล้าเผชิญหน้าในการสอบถามข้อสงสัย และ 3.สถานที่ให้บริการแก่เยาวชน อาจจะต้องมีการพัฒนาให้อยู่นอกโรงพยาบาลเป็นคลินิกต่างๆ โดยให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นคลินิกสุขภาพวัยรุ่น
          “หากใช้คลินิกอนามัยเจริญพันธุ์อาจทำให้เด็กไม่กล้าใช้บริการ ส่วนงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการมี 2 ส่วน คือ งบประมาณส่งเสริมป้องกันโรคของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการให้แล้วเสร็จก่อนนำกลับมาเสนอคณะกรรมการชุดนี้อีกครั้ง ภายใน 60 วัน” รมว.สาธารณสุข กล่าว

          นพ.ประดิษฐ กล่าวอีกว่า คณะกรรมการยังได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพัฒนาระเบียบ กฎ และกฎหมายด้านอนามัยเจริญพันธุ์ทำการศึกษา ทบทวน กฎหมาย กฎระเบียบที่อาจเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงการคุมกำเนิดและการแก้ปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อม เช่น การห้ามขายยายุติการตั้งครรภ์ แต่จะต้องหารือกับราชวิทยาลัยแพทย์ที่เกี่ยวข้องให้ออกข้อบ่งชี้ในการใช้และมาตรการควบคุมที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการใช้ในทางที่ผิด จากนั้นจึงจะพิจารณาว่าควรเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะมีทั้งผลดีและผลเสีย

          นพ.ประดิษฐ กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการมีการหารือเรื่องปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ซึ่งพบว่ามีปัญหาในกลุ่มเยาวชนในระบบการศึกษา และผู้หญิงในภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวยังมีทัศนคติที่ไม่ดีในเรื่องการคุมกำเนิด ขาดความรู้ และเข้าไม่ถึงอุปกรณ์การป้องกัน เพราะผู้ปกครองมองว่าจะเป็นส่งเสริมให้เด็กมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร จึงอยากให้ผู้ปกครองและผู้ใหญ่ ยอมรับว่า ยุคปัจจุบันการจะห้ามไม่ให้เด็กมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องยาก