ส.ส.พรรคควมหวังใหม่เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการทำแท้งในสภา

กฎหมายฉบับหนึ่งที่ผ่านพ้นไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในรัฐสภา ส.ส.พรรคความหวังใหม่ได้เสนอแนวคิดและจะกำหนดให้มีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับยาทำแท้งและสร้างช่องทางการร้องเรียนที่ผ่านสายด่วน ซึ่งผู้สนับสนุนสิทธิการทำแท้งกล่าวว่าจะสนับสนุนการต่อต้านต่อคลีนิกทำแท้งทั่วประเทศ

นักเคลื่อนไหวต่อต้านการทำแท้งกล่าวว่าพวกเขาตั้งใจให้กฎหมายใหม่ส่งสัญญาณเตือน พวกเขาพรรณนาการทำแท้งด้วยยาในฐานะที่เป็น Wild West ของสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “อุตสาหกรรมการทำแท้ง”

นายสมศักดิ์ ศรีตรีรักษ์ ส.ส.พรรคความหวังใหม่ตัวแทนผู้สนับสนุนร่างกฎหมายห้ามทำแท้ง กล่าวระหว่างการอภิปรายว่า ยาทำแท้งนั้นหาได้ตามช่องทางออนไลน์และพบว่าการสั่งซื้อนั้นทำได้ง่าย ภายใน 15 นาที

นางรัญจวน พรหมรักษ์ โฆษกหญิงประจำพรรคความหวังใหม่กล่าวว่า “ผู้คนจำนวนมากที่อยู่ที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ไม่เข้าใจถึงความอันตรายของยาทำแท้ง คลินิกทั่วไปที่เคยใช้เครื่องมือทำแท้งเริ่มเปลี่ยนเป็นการทำแท้งด้วยยาไซโตเทค

นักเคลื่อนไหวต่อต้านการทำแท้งได้พยายามสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับยาทำแท้ง โดยเรียกพวกเขาว่า “การทำแท้งด้วยยา” และผลักดันกฎเกณฑ์ที่กำหนดให้แพทย์บอกผู้หญิงว่าพวกเขาสามารถยกเลิกการทำแท้งด้วยยาได้หากพวกเขาเปลี่ยนใจหลังจากกินยาเม็ดแรกไปแล้ว

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการตั้งครรภ์หลังทำแท้ง

ผู้หญิงที่คิดจะทำแท้งอาจสงสัยเกี่ยวกับผลกระทบใดๆ ต่อการตั้งครรภ์ในอนาคต ในกรณีส่วนใหญ่ การทำแท้งไม่ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์และไม่มีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์อื่นๆ

มีสองวิธี: การทำแท้งด้วยยาและการทำแท้งด้วยการผ่าตัด ประเภทที่ผู้หญิงเลือกอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ รวมถึงระยะการตั้งครรภ์และความชอบส่วนตัว

การวิจัยชี้ให้เห็นว่าการทำแท้งไม่ส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองประเภทนั้นค่อนข้างต่ำ

โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้หญิงที่ทำแท้งสามารถมีการตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพดีได้

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือผู้หญิงสามารถตั้งครรภ์ได้ในไม่ช้าหลังจากทำแท้งแล้ว ใครก็ตามที่ไม่ประสงค์จะตั้งครรภ์ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังจากทำแท้งควรใช้การคุมกำเนิด

บทความนี้กล่าวถึงภาวะเจริญพันธุ์และการตั้งครรภ์หลังการทำแท้ง ค้นหาข้อมูลเฉพาะเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์และการตั้งครรภ์หลังจากการแท้งโดยธรรมชาติหรือการแท้งบุตร ที่นี่ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์หลังการทำแท้งที่ชักนำ

ทำไมยูทาห์จึงให้ผู้ชายจ่ายค่าใช้จ่ายในการตั้งครรภ์ของผู้หญิง

ตอนนี้คุณพ่อในยูทาห์มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลของแม่ครึ่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์และการคลอด

ผู้สนับสนุนกฎหมายซึ่งถือเป็นคนแรกในสหรัฐฯกล่าวว่าจะช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินของการเป็นแม่ของผู้หญิงอเมริกัน

กฎหมายดังกล่าวผ่านการสนับสนุนจากพรรคสองฝ่าย – แต่ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรในสหรัฐอเมริการวมทั้งรายชื่อกฎหมายต่อต้านการทำแท้งที่เพิ่มมากขึ้นของรัฐ

กฎหมายบอกว่าอย่างไร?
กฎหมายค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ร่วมกันของยูทาห์กำหนดให้บิดาผู้ให้กำเนิดต้องจ่ายเบี้ยประกันครึ่งหนึ่งของมารดา – ค่าประกันสุขภาพรายเดือนของเธอ – ระหว่างตั้งครรภ์ตลอดจนค่ารักษาพยาบาลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องรวมถึงการเกิดของเด็ก

สำหรับผู้หญิงในสหรัฐอเมริกาที่มีประกันการคลอดบุตรจะมีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 4,500 ดอลลาร์ (3,254 ปอนด์) จากการศึกษาในวารสาร Health Affairs ที่ติดตามค่าใช้จ่ายตั้งแต่ปี 2551-2558

สำหรับผู้ที่ไม่มีความคุ้มครองตัวเลขนี้อาจมากกว่าสองเท่า: องค์กร Fair Health ที่ไม่แสวงหาผลกำไรรายงานค่าเฉลี่ยใกล้เคียงกับ 320,000 บาท

ประเทศไหนบ้างในเอเชียที่อนุญาตให้ทำแท้งได้

ในขณะที่ตอนนี้ในไทยกำลังผลักดันให้ยกเลิกกฎหมายทำแท้งมาตรา 301 เพื่อให้ผู้หญิงมีสิทธิทำแท้งได้ตามความต้องการ และจะช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงการทำแท้งที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ในประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกาเองก็เคยมีการประท้วงเกี่ยวกับกฎหมายทำแท้ง เมื่อจะมีการผ่านร่างกฎหมายชีพจรตัวอ่อน โดยใจความสำคัญของร่างกฎหมายนี้คือการห้ามทำการยุติการตั้งครรภ์ ถ้าตรวจพบสญญาณชีพจรของตัวอ่อนในครรภ์

การถกเถียงเรื่องการทำแท้ง ยังคงเกิดขึ้นอยู่เสมอ ในมุมมองฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าตัวอ่อนในครรภ์นั้นมีเลือดเนื้อ มีชีวิต หากทำแท้งก็เท่ากับเป็นการฆ่าเด็กคนหนึ่ง ในขณะที่อีกมุมก็ใช้คำนิยามทางการแพทย์มายืนยันว่าการทำแท้งนี้ ตัวอ่อนในครรภ์ยังไม่นับเป็นสิ่งมีชีวิต และผู้หญิงควรมีสิทธิในการเลือก เพราะหากปล่อยให้ตั้งครรภ์ต่อไปก็อาจเกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย

ในเอเชียเองก็มีบางประเทศที่อนุญาติให้มีการยุติการตั้งครรภ์ในทุกกรณี แต่บางประเทศก็เข้มงวดกับการยุติการตั้งครรภ์ เราชวนไปสำรวจกันว่าประเทศในเอเชียมีกฎหมายเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ยังไงบ้าง

ไทย

ปัจจุบันไทยมีกฎหมายว่าด้วยการยุติการตั้งครรภ์ มาตรา 301 – 305 โดยมาตรา 305 นั้นอนุญาตให้ผู้หญิงยุติการตั้งครรภ์ได้หากการตั้งครรภ์นั้นส่งผลกระทบต่อผู้ตั้งครรภ์ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ, ได้รับการวินิจฉัยว่าทารกในครรภ์มีความผิดปกติ นอกจากนี้ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เนื่องจากโดนข่มขืน ถูกบังคับให้ทำอนาจารสนองความใคร่ก็สามารถเข้ารับบริการได้ รวมไปถึงเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีที่ตั้งครรภ์ก็สามารถเข้ารับบริการได้

แต่ปัญหาของกฎหมายมาตรา 301 – 305 นี้คือ การเอาผิดผู้หญิงและหมอผู้ให้บริการก่อน เนื่องจากมาตรา 301 และ 302 นั้นคือการบอกว่าการยุติการตั้งครรภ์เป็นความผิด จึงอาจทำให้เกิดการฟ้องร้อง และต้องขึ้นศาลเผื่อไปแก้ต่างโดยใช้มาตรา 305 เป็นข้อยืนยัน ซึ่งทำให้เกิดความสับสน

นอกจากมีการเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงกฎหมายมาตรา 301 เนื่องจากผู้หญิงควรมีสิทธิในการตัดสินใจทำแท้งเพราะเป็นเนื้อตัวร่างกายของเธอ และมาตรา 301 ได้ริดลอนสิทธินั้นไป อ่านเพิ่มเติมเรื่องการเรียกร้องสิทธิในการทำแท้งต่อได้ที่นี่

กัมพูชา

การยุติการตั้งครรภ์ในกัมพูชานั้นทำได้ทุกกรณี และเป็นการทำแท้งเสรี โดยมีข้อกำหนดว่าอายุครรภ์ต้องไม่เกิน 12 สัปดาห์ แต่หากมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ จะต้องได้รับการยืนยันจากบุคลากรทางการแพทย์ 2 คนขึ้นไปว่าการยุติการตั้งครรภ์นี้จะช่วยชีวิตผู้ตั้งครรภ์ หรือผลพิสูจน์ออกมาว่าครรภ์นี้เกิดจากการถูกบังคับข่มขืน รวมไปถึงหากตัวอ่อนในครรภ์อาจเกิดมาพิการ ก็สามารถยื่นเรื่องขอยุติการตั้งครรภ์ได้

อินโดนีเซีย

อินโดนีเซียอนุญาตให้ผู้หญิงยุติการตั้งครรภ์ได้หากการตั้งครรภ์อาจทำให้ผู้ตั้งครรภ์ถึงแก่ความตาย ตัวอ่อนในครรภ์พิการ หรือการตั้งครรภ์นี้มีผลสืบเนื่องมาจากการถูกข่มขืนกระทำชำเรา นอกเหนือจากเหตุผลดังกล่าวนั้นถือว่าผิดกฎหมาย แม้จะส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้ตั้งครรภ์ก็ตาม

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

กฎหมายการยุติการตั้งครรภ์ในประเทศลาวนั้น อนุญาตให้เพียงสองกรณี คือ เพื่อรักษาชีวิตของผู้ตั้งครรภ์ หรือการตั้งครรภ์นั้นส่งผลต่อสุขภาพกายของผู้ตั้งครรภ์เอง ก็จะยื่นเรื่องขอทำแท้งได้ แต่ในกรณีอื่นๆ เช่น ถูกข่มขืน หรือตัวอ่อนพิการ กฎหมายยังไม่อนุญาติให้ผู้หญิงทำแท้งได้ รวมไปถึงไม่มีการทำแท้งเสรีด้วย

มาเลเซีย

กฎหมายยุติการตั้งครรภ์ในมาเลเซียอนุญาตให้ผู้หญิงทำได้ในสองเหตุผลคือ เพื่อรักษาชีวิตของผู้ตั้งครรภ์หรือเพื่อสุขภาพกายและใจของผู้ตั้งครรภ์ ในกรณีอื่นๆ เช่น ถูกข่มขืน หรือตัวอ่อนพิการนั้นก็ไม่สามารถขอยุติการตั้งครรภ์ได้ และไม่มีการทำแท้งเสรี

เมียนมาร์

กฎหมายยุติการตั้งครรภ์ในพม่า ถือว่าเข้มงวดมากที่สุด เพราะกำหนดให้ยุติการตั้งครรภ์ได้ก็ต่อเมื่อการตั้งครรภ์นี้อาจส่งผลอันตรายต่อชีวิตของผู้ตั้งครรภ์ ในกรณีอื่นๆ นั้นไม่สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้เลย ไม่ว่าจะส่งผลต่อสุขภาพ ถูกข่มขืน หรือตัวอ่อนในครรภ์พิการ

ฟิลิปปินส์

กฎหมายยุติการตั้งครรภ์ในฟิลิปินส์เองก็เข้มงวดเช่นกัน เพราะอนุญาตให้ยุติการตั้งครรภ์ได้ก็ต่อเมื่อการตั้งครรภ์นี้อาจส่งผลอันตรายต่อชีวิตของผู้ตั้งครรภ์ สำหรับกรณีอื่นๆ ที่จะยุติการตั้งครรภ์ถือว่าเป็นอาชญากรรม

เวียดนาม

ประเทศเวียดนามมีกฎหมายที่สามารถให้ผู้หญิงเข้ารับบริการยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างเสรี ในทุกๆ กรณี ซึ่งนับเป็นปนะเทศในกลุ่มอาเซียนที่มีความก้าวหน้าทางกฎหมายและให้สิทธิผู้หญิงในการเข้ารับบริการได้มากที่สุด

บรูไน

บรูไนเองก็อนุญาตให้ผู้หญิงยุติการตั้งครรภ์ได้เพียงแค่เหตุผลเพื่อรักษาชีวิตของผู้ตั้งครรภ์ ในกรณีอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้ตั้งครรภ์ ตัวอ่อนในครรภ์พิการ หรือการถูกข่มขืนกระทำชำเรา ก็ยังคงเป็นความผิดและผู้หญิงไม่สามารถเข้ารับบริการได้

สิงคโปร์

สิงคโปร์เป็นอีกประเทศเปิดให้ผู้หญิงสามารถเข้ารับบริการยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างเสรี ไม่มีข้อจำกัดใดๆ เพียงแค่กำหนดอายุครรภ์ที่สามารถเเข้ารับบริการได้ไว้ที่ 24 สัปดาห์เท่านั้น

ไต้หวัน

ไต้หวันมีกฎหมายยุติการตั้งครรภ์ภายใต้เงื่อนไขคือ เพื่อรักษาชีวิตของผู้ตั้งครรภ์, การตั้งครรภ์ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจของผู้ตั้งครรภ์และอาจส่งต่อให้เด็กในครรภ์, ได้รับการพิสูจน์ว่าครรภ์เกิดจากการข่มขืนกระทำชำเรา แต่ในกรณีเหล่านี้ผู้หญิงในไต้หวันยังต้องได้รับการยินยอมจากสามี หรือครอบครัวเพื่อเข้ารับบริการ และในกรณีที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ก็ยังมีข้อบังคับว่าจะอนุญาตให้เข้ารับการยุติการตั้งครรภ์ได้จนอายุครรภ์ถึง 24 สัปดาห์เท่านั้น ยกเว้นว่าอาจส่งอันตรายต่อผู้ตั้งครรภ์ หรือส่งผลต่อสุขภาพกาย

เกาหลีใต้

เกาหลีใต้มีกฎหมายยุติการตั้งครรภ์คล้ายไต้หวัน คืออยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า เพื่อรักษาชีวิตของผู้ตั้งครรภ์, การตั้งครรภ์ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจของผู้ตั้งครรภ์และอาจส่งต่อให้เด็กในครรภ์, ได้รับการพิสูจน์ว่าครรภ์เกิดจากการข่มขืนกระทำชำเรา การพยายามยุติการตั้งครรภ์ในเหตุผลอื่นๆ ถือเป็นความผิด

อินเดีย

กฎหมายยุติการตั้งครรภ์ในอินเดียแม้จะยังไม่ใช้การทำแท้งเสรี แต่ก็อนุญาตให้ทำได้ในกรณี เพื่อรักษาชีวิตของผู้ตั้งครรภ์, การตั้งครรภ์ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจของผู้ตั้งครรภ์, ได้รับการพิสูจน์ว่าครรภ์เกิดจากการข่มขืนกระทำชำเรา, ตัวอ่อนในครรภ์พิการ รวมไปถึงสามารถยื่นขอยุติการตั้งครรภ์ได้หากมีเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจ โดยกำหนดอายุครรภ์ที่สามารถเข้ารับบริการได้ไม่เกิน 24 สัปดาห์ 

จีน

ในจีนเปิดให้มีการยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างเสรี และทำได้ในทุกกรณี แต่ไม่สามารถใช้ในกรณีที่จะเลือกเพศสรีระของลูกได้ ซึ่งมักเป็นปัญหาในจีนที่ต้องการลูกชายมากกว่า

ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นอนุญาตให้ยุติการตั้งครรภ์ได้ในกรณีที่ เพื่อรักษาชีวิตของผู้ตั้งครรภ์, การตั้งครรภ์ส่งผลต่อร่างกายของผู้ตั้งครรภ์, ได้รับการพิสูจน์ว่าครรภ์เกิดจากการข่มขืนกระทำชำเรา หรือมีปัญหาทางเศรษฐกิจก็สามารถเข้ารับบริการยุติการตั้งครรภ์ได้

รัฐแอริโซน่าในสหรัฐออกกฏหมายทำแท้งฉบับใหม่

ภายใต้กฎหมาย, คลินิกทำแท้งต้องโพสต์ป้ายบอกว่าเป็นไปได้ที่จะย้อนกลับการทำแท้งด้วยสารเคมีหรือปรับ 10,000 ดอลลาร์ 

กฎหมายของมลรัฐแอริโซนาที่คล้ายกันถูกยกเลิกในปี 2558 ในปี 2559 หลังจากความท้าทายทางกฎหมาย รัฐแอริโซนาต้องจ่ายเงินให้ครอบครัวที่มีการวางแผนและผู้ให้บริการทำแท้งอื่น ๆ มากกว่า $ 600,000 ในค่าทนายความและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ใช้ในการต่อสู้กับกฎหมาย 

ในไอโอวาสภาและวุฒิสภาผ่านข้อกำหนดการรอการทำแท้ง 24 ชั่วโมงในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 15 รายงาน KCCI News กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ผู้หญิงต้องดู ultrasounds ของทารกในครรภ์และรับข้อมูลเกี่ยวกับการรับเลี้ยงบุตร

การออกกฎหมายก็ผ่านไปท่ามกลางการต่อสู้ของพวกพ้อง

Rep. Shannon Lundgren, R-Dubuque กล่าวว่าเนื้อเรื่องของบิลแสดงให้เห็นว่าพรรคของเธอคือ“ คิดล่วงหน้าเสมอและคิดว่าเราจะสามารถพัฒนาขบวนการชีวิตในรัฐไอโอวาได้อย่างไร” Sen. Jim Carlin, R-Woodbury ผู้สนับสนุนคนอื่นกล่าวว่ากฎหมายดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงใน“ ความมุ่งมั่นของเราต่อมนุษยชาติ” 

ฝ่ายนิติบัญญัติประชาธิปัตย์คัดค้านร่างพระราชบัญญัติที่ฝ่ายนิติบัญญัติของพรรครีพับลิกันใช้ประโยชน์จากการแพร่ระบาดของโรค coronavirus ในการพัฒนากฎหมาย 

ตัวแทนโจโอลสัน, House Democratic Whip กล่าวว่าร่างกฎหมายได้รับการปล่อยตัวในคืนวันเสาร์เพื่อให้สมาชิกสภานิติบัญญัติไม่ต้องรับฟังความเห็นจากผู้ลงคะแนน

“ ถึงเวลาแล้วที่ฝ่ายนิติบัญญัติของไอโอวารีพับลิกันต้องโปร่งใสมากขึ้นและหยุดยั้งการโจมตีอย่างไม่หยุดยั้งต่อสิทธิของสตรีในรัฐไอโอวา” เธอกล่าว 

การวางแผนครอบครัวผู้ปกครองคิดว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติ“ จัดลำดับความสำคัญในอุดมการณ์ส่วนตัวของพวกเขาด้วยค่าใช้จ่ายของเสรีภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์”

สอนการนับอายุครรภ์

วันนี้เราจะมาสอนวิธีการนับอายุครรภ์กันนะค่ะ โดยเราจะต้องรู้วันที่มีประจำเดือนครั้งสุดท้ายก่อน หน่วยของอายุครรภ์จะนับเป็นสัปดาห์หรือเดือน สมมุติให้วันนี้คือวันที่ 24 ก.พ.วันแรกของประจำเดือนครั้งล่าสุดคือวันที่ 7 ม.ค.

ดังนั้นอายุครรภ์คือ ประมาณ 7 สัปดาห์โดยทั่วไปการนับอายุครรภ์ ทำได้ 3 วิธี คือการนับรอบประจำเดือน การตรวจหน้าท้อง และการตรวจโดยเครื่องอัลตร้าซาวด์มีข้อดีและข้อด้อย ต่างกันดังนี้

วิธีการข้อดีข้อเสีย
1. การนับประจำเดือนทำเองได้โดยไม่ต้องไปสถานพยาบาล– อาจผิดพลาดได้ในกรณีที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
– การกินยาคุมฉุกเฉินบ่อยๆทำให้มีเลือดออกกะปริบกะปรอย(ที่ไม่ใช่ประจำเดือน)และประจำเดือนอาจจะแปรปรวน ทำให้การนับคลาดเคลื่อนได้
2. การตรวจหน้าท้องได้ผลแม่นยำกว่าการนับประจำเดือน– ต้องตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
3. การตรวจโดยเครื่องอัลตราซาวด์ได้ผลค่อนข้างแม่นยำ และเป็นวิธีการที่ต้องทำก่อนรับบริการยุติการตั้งครรภ์-ต้องตรวจที่โรงพยาบาล ซึ่งส่วนใหญ่ต้องฝากท้องก่อนจึงขอรับบริการได้
-ตรวจได้เฉพาะที่คลีนิกที่มีเครื่องอัลตราซาวด์ให้บริการ

นิทรรศการทำแท้งในมาเลเซีย

กลุ่มสมาคมวางแผนครอบครัวในประเทศมาเลเซียจัดนิทรรศการชื่อว่า “ เปิดประสบการณ์คนทำแท้ง” ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์
ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 24.00 น. นิทรรศการได้สาเหตุและการทำแท้งที่ปลอดภัยด้วยยา ทั้งนี้ยังได้กล่าวถึง วิธีการทางเพศ – ระบบประสาทเพื่อแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างเพศและสิทธิในการเจริญพันธุ์ (SRHR) ผู้ชมแต่ละคนจะได้รับแผ่นพับ, แมกกาซีน,
สติกเกอร์และปุ่มพินแบ็คที่ทำแท้งอย่างปลอดภัย

ภายในนิทรรศการมีบรรยายเกี่ยวกับวิธีการทำแท้งด้วยวิธีต่างๆ ตัวอย่างยา cytotec, ru486, cytolog
โดยนิทรรศการนำผู้ชมไปรับชมข้อเท็จจริงและประสบการณ์ของบุคคลที่เคยทำแท้งด้วยยามาก่อน
การบรรยายยังกล่าวถึงประเด็นหลัก 4 ข้อคือ

อย่างแรกคือตลาดมืดของยาทำแท้ง
ประการที่สองเรื่องเล่าเกี่ยวกับการทำแท้งทั้งในสื่อออฟไลน์และออนไลน์
ประการที่สามพื้นที่ของบุคคลที่มองหาการทำแท้ง
ประการที่สี่ตำนานและวิธีการทำแท้งที่อันตราย ในที่สุดสัญญาณเตือนเกี่ยวกับการเสียชีวิตของบุคคลที่เกิดจากวิธีการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย

ผู้เข้าชมยังได้มีส่วนร่วมในเกมต่างๆในกิจกรรมนั้นๆ และยังได้ ฉายภาพยนตร์ที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดนิทรรศการเช่นกัน การฉายภาพยนตร์ได้สัมผัสกับ
ประวัติศาสตร์ของยาทำแท้งและปัญหาทางการเมืองและการเข้าถึงการทำแท้งที่ปลอดภัยนอกประเทศมาเลเซีย การฉายภาพยนตร์เรื่องเรือ (2014)
ได้สรุปนิทรรศการที่เกี่ยวกับการเข้าถึงการทำแท้งอย่างปลอดภัยเป็นปัญหาที่ควรค่าแก่การจดจำ

กลุ่มผู้สนับสนุนการทำแท้งเสรีกล่าวว่า “ทำแท้งเองที่บ้านไม่ยาก”

วันนี้ 26 ส.ค.62 ที่กรุงปารีส กลุ่มผู้สนับสนุนการทำแท้งออกมาให้ข้อมูลว่า การทำแท้งเองที่บ้านไม่ได้ยาก โดยคุณสามารถใช้ Mifepristone และ Misoprostol ได้ด้วยตัวเอง การใช้ Mifepristone และ Misoprostol นั้นไม่ซับซ้อนกว่าการใช้ยาอื่น ๆ คุณจะได้รับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการใช้ยาสิ่งที่คาดหวังและเมื่อไปพบแพทย์ หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับขั้นตอนใด ๆ ของกระบวนการคุณสามารถติดต่อสายด่วน การทำแท้งด้วยยาไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในโรงพยาบาลหรือคลินิกปฐมพยาบาล 64 ความเสี่ยงของการทำแท้งด้วยยาเหมือนกันกับการแท้ง ประมาณ 15% ของการตั้งครรภ์ทั้งหมดสิ้นสุดในการคลอดก่อนกำหนด การแท้งบุตรเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในโรงพยาบาล แต่มักจะอยู่ที่บ้าน ผู้หญิงส่วนใหญ่รู้วิธีจัดการกับตัวเองและไปโรงพยาบาลเฉพาะในกรณีที่มีปัญหาเช่นเลือดออกหนักหรือมีไข้ การทำแท้งด้วยยาทำให้เกิดการแท้ง

องค์กรสนับสนุนสิทธิในการทำแท้งจากต่างประเทศแนะนำการใช้ยาอย่างถูกต้อง

เนื่องจากองค์กรสนับสนุนการทำแท้งสากลได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลการใช้ยาอย่างถูกต้องดังนี้

  • ยา Mifepristone นั้นเป็นยากินที่มีผลในการยับยั้งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ดังนั้นต้องกินยานี้เข้าไปก่อน
  • จากนั้น จึงกินยา Misoprostol 4 เม็ด โดยอมไว้ใต้ลิ้นเป็นเวลา 30 นาที แล้วกลืนยาที่เหลือลงไป

หลังจากนั้นไม่เกิน 12 ชั่วโมงจะมีเลือดไหลออกทางช่องคลอด นั่นหมายถึงว่าเริ่มมีการหลุดลอกของผนังมดลูกและขับตัวเด็กออกมา หรือไม่หลังจากที่ใช้ยาไมโซโพรสทอลโดสแรกไปแล้ว3 ชั่วโมงให้คุณสอดยาไมโซโพลสทอลอีกสองเม็ดไว้ใต้ลิ้นอมไว้30 นาทีจนเม็ดยาละลายหลังผ่านไป30 นาทีให้คายเม็ดยาส่วนที่เหลือทิ้ง

หากเลือดของคุณยังไม่ไหลและคุณยังเหลือยาไมโซโพรสทอลอยู่ให้คุณทำแบบเดิมซ้ำคือสอดไมโซโพรสทอลไว้ใต่ลิ้นอมไว้30 นาทีแล้วคายทิ้งเช่นนี้ทุกๆ3 ชั่วโมงต่อไปได้เรื่อยๆจนกว่าจะเริ่มมีเลือดไหลได้สูงสุดไม่เกินอีก5 รอบ ทั้งหมด

เราแนะนำให้คุณใช้ยาไมโซโพรสทอลด้วยการสอดยาไว้ให้ลิ้น เนื่องจากวิธีนี้จะไม่มีตัวยาหลงเหลืออยู่ในร่างกายของคุณในกรณีที่คุณจำเป็นต้องไปโรงพยาบาล  เนื่องจากไม่มีการตรวจเลือดใดที่สามารถตรวจพบตัวยาไมโซโพราทอลในร่างกายของคุณได้ ดังนั้นแพทย์จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณพยายามทำแท้งเองด้วยยา

การทำแท้งด้วยการผ่าตัด

การทำแท้งด้วยการผ่าตัด (อายุครรภ์ตั้งแต่ 7 – 13 สัปดาห์)

การดูดมดลูกด้วยสุญญากาศหรือการทำแท้งด้วยการดูดออกเป็นกระบวนการที่ใช้เครื่องมือดูดเพื่อนำเนื้อเยื่อที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ออกจากมดลูก กระบวนการดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ 5 – 10 นาที และดำเนินการด้วยการใช้ยาชาหรือยาสลบ ซึ่งผู้หญิงส่วนมากมักจะได้รับยาสลบก่อนเริ่มระบวนการ

ปากทางเข้ามดลูกจะถูกถ่างออก และจะมีการใช้ยาที่มีทั้งแบบสอดเข้าช่องคลอดหรือรับประทานที่ทำให้มดลูกอ่อนตัวลงเพื่อให้ง่ายต่อการสอดท่อสุญญากาศเข้าไป

หลังการทำแท้งด้วยการดูดมดลูก คุณจะสามารถกลับบ้านได้ภายหลังกระบวนการ ซึ่งหลังกระบวนการคุณจะมีอาการเลือดออกจากช่องคลอดประมาณ 7 วัน